ปั่นไป..นั่งรถไฟกลับ..ลพบุรี-นครสวรรค์ 31 พ.ค.

Moderator: p.canแขนเดี่ยว, p.canแขนเดี่ยว

Re: ปั่นไป..นั่งรถไฟกลับ..ลพบุรี-นครสวรรค์ 31 พ.ค.

โพสต์ โดย perapong » 01 มิ.ย. 2009, 19:01

ขอบคุณครับ :mrgreen: :mrgreen:

โพสต์ โดย ปอปุ้ย ลพบุรี » 01 มิ.ย. 2009, 20:06

คุณตาแวะมาทักทายสองขาเลยพี่น้อง
ตอนปั่นไม่มันเท่าไหร่แต่ตอนโม้ซิมันกว่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า....
เมื่อวาน160กิโล เวลาเหลือ คราวหน้าเพิ่มอีกสัก 20/30 กิโลเอาให้ตามาถึงแขนกันไปเลย ฮ่า ฮ่า ฮ่า ....(ขำรอบสอง)....
แรงก็เท่าที่เห็น ก็ที่เห็นมันตอนไม่มีแรง...

Re: ปั่นไป..นั่งรถไฟกลับ..ลพบุรี-นครสวรรค์ 31 พ.ค.

โพสต์ โดย oxigen » 01 มิ.ย. 2009, 20:28

ทริปนี้สนุกมากเลยครับ

Re: ปั่นไป..นั่งรถไฟกลับ..ลพบุรี-นครสวรรค์ 31 พ.ค.

โพสต์ โดย เสือ โอด โอย » 02 มิ.ย. 2009, 08:35

สวัสดีครับ เห็นรูปชาวลิงสองล้อทีไปนครสรววค์ แล้วเสียดายโอกาสที่ไม่ได้ไปด้วย คราวหน้าถ้ามีทริปวันเสาร์รบกวนช่วยแจ้งด้วยครับ

Re: ปั่นไป..นั่งรถไฟกลับ..ลพบุรี-นครสวรรค์ 31 พ.ค.

โพสต์ โดย บ้านต้นสน » 02 มิ.ย. 2009, 10:47

ณ.หน้า อนุสาวรีย์ จอมพล ป. พิบูลสงคราม เวลา 7 โมงกว่าแล้ว ผู้นำนับและรวบรวมสมาชิกได้ 10 คน
เด็ก 1 วัยรุ่น 1 ผู้ใหญ่ 6 วัยร่วง 2
ผู้หญิง 1 ผู้ชาย 9
หมอบ 4 ภูเขายางใหญ่ 4 กลาง 1 เล็ก1

จุดหมายแรก คือ ต้มเลือดหมูพี่เล็ก
ใครคือหัวลาก ปั่นนำจำไม่ได้ แต่ผมไม่เคยนำ
หากจำไม่ผิด น่าจะ เป็น คุณขิง กับคุณดอนบิ-อัง-คิ

ถึงร้านพี่เล็ก พี่เล็กไม่อยู่ ซัดต้มเลือดหมูชามใหญ่ 40 บาท อร่อย แต่ ข้าวแข็ง (ไม่นุ่มฟันคนแก่เลย)

ออกจากร้านพี่เล็กไปตามสายเอเซียได้หน่อยหนึ่งแล้วเลี้ยวซ้ายผ่านศาลจังหวัดสิงห์บุรี ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่สะพานดั้งเดิม ฝ่าไฟเขียวเลี้ยวขวา มุ่งสู่ อินทร์บุรี

ตามลมไปเรื่อยๆ ความเร็วไม่เคยน้อยกว่า 30 เลย บางครั้ง หมอบขึ้นไปนำถึง 42
เฉลี่ยอยู่ที่ 34-35

ผ่านอินทร์บุรี-โพนางดำ(เคยแวะกินข้าวผัดใส่ซีอิ๊ว ดำสมชื่อโพนางดำ) -สรรพยา...อัดกันไปถึงชัยนาท..ไม่มีการแวะทักทายใครทั้งสิ้น ...ผมจำทางไม่ได้เลย
จำได้แต่ว่าผ่าน หน่วยงานสร้างทาง ที่เราชาว ลิงล้อลม เคยปั่นเลาะแม่น้ำน้อยแล้วมาโผล่ตรงนั้น เมื่อหลายปีมาแล้ว

จำได้อีกอย่างหนึ่งว่ามีคนอ้วน แต่สวย ขี่มอร์ไซค์ สวนไป
นานๆจะได้เห็นสักที คนอ้วนแล้วสวย เธอดูดีมากๆเลย หากเธอลงมาเดินคงจะสวยกว่านี้ เพราะ มอร์ไซค์ที่เธอนั่งดูเล็กไปถนัดตา

ปั่นกันไปเรื่อยๆ ผมแวะกินน้ำที่ปั๊มน้ำมันก่อนถึงแยกมโนรมย์

และแล้วก็เหลือผมอยู่คนดียว เพราะปั่นตาม พี่ต้อย วีลเลอร์ ที่ลากผมที่ 41-42 อยู่นานจนผมหมดแรง หลุดเดียวดาย

คุณขิงกับสก๊อตยางใหญ่ ถอยลงมาปั่นเป็นเพื่อน จนไปทันกลุ่มที่จอดรอแถวๆร้านน้ำก่อนถึงพยุหะ
ขาผมเริ่มตึงๆ จึงถามหาร้านขายยาเพื่อซื้อ เจลเย็นๆที่เคยปกป้องตะคริวไม่ให้มาเยือน

พรรคพวกเกรงว่าจะไม่ทันรถไฟ รีบรุดและเร่งปั่นช่วงสุดท้าย ระยะทางประมาณ 35 กม.
เริ่มออกจากจุดพักจุดสุดท้ายเป็นทางเทลงยาวๆ
ผมเห็นเสื้อสีแดงๆขาวๆเป็นกลุ่ม ค่อยๆเล็กลงและหายลับไป

คุณดอนถอยลงมาต้อนผม และ ปอปุ้ย

พอดีมีรถขนของเก่าควันดำความเร็วประมาณ 40 ผ่านมา
ผมไม่เพียงเข้าไปจี้ท้ายบังลมเฉยๆ อาศัยจังหวะที่คนขับกินขนมที่คนนั่งข้างๆป้อนให้ ลดความเร็วลง
เอื้อมมือไปเกาะที่โครงกระบะท้ายทันที ทำให้สบายได้พักไปประมาณ 2กม. มีรถจอดอยู่ข้างทาง รถคันที่ผมเกาะมาไม่เบนขวาออกบ้างเลย ผมเลยจำต้องปล่อยมือ (นึกถึงเพลง อย่าปล่อยมือ..ของไม้เมือง..ขึ้นมาทันใด)

ทางชันขึ้นเรื่อยๆ ตะคริวเริ่มถามหา อีกแล้ว
ผมลดเกียร์ ลง รถก็ช้าลงทันที อาศัยแรงดึงแทนกด
กดขาข้างซ้ายเพียงข้างเดียว มองเห็นหลัก กิโล เหลือ อีก 15 กม. กับเวลาที่รถไฟจะเทียบชานชลาอีก 30นาที
แต่ผมยังใจเย็นเพราะ เชื่อว่า รถไฟขบวนนี้ไม่เคยตรงเวลา (นั่งมา 3 ครั้งแล้ว )

ไปได้อีก 5 กม. ต้นขาใกล้หัวเข่าเริ่มขมึงเกร็งตัวขึ้นทั้งสองข้าง หากขืนฝืนไปต่อจะเป็นตะคริวแน่ๆ นึกถึงการเป็นตะคริวทั้งสองขาครั้งก่อนๆที่เคยเป็น ทรมานมาก แล้วโลกก็ไม่เคยหยุดหมุน รอเพื่อให้ผมหายสักที มีแต่ต้องช่วยตัวเอง

ผมเบนรถเข้าร้านอาหารที่ว่างวาย คล้ายกับจะมีร้านขายของรวมอยู่ด้วย ผมดีใจที่เห็นชั้นวางของ และตู้หลายตู้ เรียงลดหลั่นกันไป ตู้แรก วางยาสระผม ครีม ต่างๆหลายชนิดหลายยี่ห้อ ที่ตรงมุมตู้ กรวยยกทรงสีต่างๆวางซ้อนๆกันอยู่-ชมพู-แดง-ฟ้า

บรรดาสาวๆนั่งคุยกันอย่างออกรส อาจจะคุยกันถึงละครโทรทัศน์ที่จบบริบูรณ์ไปแล้วว่า ทำไมขมถึงต้องดูแลอาสยามเหมือนที่อาสยามเคยดูแลขม คำว่า ขมจะดูแลอาสยาม หมายถึง ยอมเป็นภรรยาอาสยามใช่หรือไม่

ให้ฟ้าผ่าตาย คุณเธอไม่รู้จัก ตะคริว ทำหน้า งงงง เมื่อผมยืนขาแข็งเด๊ก ถามหายาหลอดๆชื่อแปลกๆที่เธอไม่รู้จักและไม่มีขาย สุดท้ายยาหม่องถ้วยทอง ตลับละ 10 บาท ก็ช่วยพยุงผมไว้

เธอช่วยผมเปิดฝายาหม่อง แต่ก็ยังทำหน้างงไม่หาย และถามซ้ำอยู่นั่นแหละว่าปั่นมาทำไมกัน ปั่นแล้วก็นั่งรถไฟกลับ
ไม่เห็นได้อะไร สนุกนักหรือ

ผมตอบในใจว่า นั่นน่ะสิ ..แล้วให้นึกอิจฉา คนที่ไม่รู้จักตะคริวขึ้นมาเหมือนกัน..ความเจ็บปวดอย่างอื่นเธอจะรู้จักไหมหนอ...

ต้นขาทั้งสองข้างคงพอใจ ที่ผมใช้ฝาขุดและขูดยาหม่องเป็นก้อนละเลงบริเวณที่น่าเป็นห่วง ความร้อนจากยากลิ่นหอมคุ้นจมูกสีเหลืองอ่อนค่อยๆแผ่ซ่านขณะที่ผมค่อยๆปั่นขึ้นเนินก่อนถึงค่ายจิระประวัติ ด้วยจานหน้าเล็กสุด

ผมไหว้ ขอพรกรมหลวงชุมพร เจ้าพ่อเขาเขียว และทุกๆศาลที่นัยน์ตาเบลอๆมองเห็นว่าเป็นสีของริบบิ้นพวงมาลัย

ในที่สุดก็ลากสังขารอันอ่อนระโหยมาถึงสี่แยกคุ้นเคย ระหว่างรอไฟแดงเปลี่ยนเป็นไฟเขียว ผมควักยามาทาซ้ำ

น้ำอ้อยขวดโตเย็นเฉียบราคา 20 บาท วางขายบนรถเมื่อพ้นสี่แยกไปหน่อยนึง ช่วยให้ผมพาร่างกายที่ไม่ต้องทำให้ใครเดือดร้อนมาถึงสถานีรถไฟทันเวลา

เมื่อพบหน้ากันครบทีม ความทุกข์ใดๆก็มลายหายไปสิ้น

รถไฟเสียเวลา 3 ชั่วโมง

พวกเราถึงสถานีรถไฟลพบุรี ประมาณ 6 โมงเย็น
และพูดกันว่า จะไปไหนดีในวันหยุดคราวต่อไป

ป.ล. สาวขายาวที่สถานีรถไฟนครสวรรค์ ดูเก้งก้างแต่ก็สวยน่ารักดี
BE ALL TO ALL



Re: ปั่นไป..นั่งรถไฟกลับ..ลพบุรี-นครสวรรค์ 31 พ.ค.

โพสต์ โดย บ้านต้นสน » 02 มิ.ย. 2009, 12:07

ขอบคุณ..คุณขิง-ลิงสวมเขา
ขอบคุณสำหรับทุกๆอย่างครับผม
BE ALL TO ALL



Re: ปั่นไป..นั่งรถไฟกลับ..ลพบุรี-นครสวรรค์ 31 พ.ค.

โพสต์ โดย ต้อ ต๋อแต้ » 02 มิ.ย. 2009, 13:47

อ่านแล้วเหมือนได้ไปเองเลยครับ พี่ไต๋

โอกาสหน้าถ้ามีทริปอีกจะจัดสรรเวลาไปด้วยคนนะครับ

Re: ปั่นไป..นั่งรถไฟกลับ..ลพบุรี-นครสวรรค์ 31 พ.ค.

โพสต์ โดย perapong » 02 มิ.ย. 2009, 19:36

สนุกมากแต่ต้องรอเก็บเงินเปลี่นยางอีก

Re: ปั่นไป..นั่งรถไฟกลับ..ลพบุรี-นครสวรรค์ 31 พ.ค.

โพสต์ โดย perapong » 03 มิ.ย. 2009, 17:43

วันที่ 28มิ.ย.52 ไปแข่งใจเกินร้อยที่โคราชไหมครับ 70กม.เอง

Re: ปั่นไป..นั่งรถไฟกลับ..ลพบุรี-นครสวรรค์ 31 พ.ค.

โพสต์ โดย p.canแขนเดี่ยว » 03 มิ.ย. 2009, 19:48

ไม่ยอมชวนผมเลยครับ อยากไปด้วยจัง
แนบไฟล์
images.jpg
อย่าตีค่าความเป็นเพื่อนด้วย"เงิน"และ"ตรา"


Re: ปั่นไป..นั่งรถไฟกลับ..ลพบุรี-นครสวรรค์ 31 พ.ค.

โพสต์ โดย ปชส.รอลิง » 04 มิ.ย. 2009, 16:00

:Dเงอะๆงะๆเต็มทีเหมือนขี่จักรยานเลย ขออภัยนานๆจะมาสักครั้ง งานเข้าเยอะแต่คิดถึงชาวลิงทุกท่านครับ


ผู้ใช้งานขณะนี้

กำลังดูบอร์ดนี้: 1 และ บุคคลทั่วไป 0 ท่าน